iTopPlus810062311430

ยาตีกัน.....อันตรายถึงชีวิต!! 

หากท่านเข้ารับการรักษา สิ่งสำคัญที่สุดคือการบอกโรคประจำตัวกับคุณหมอ พร้อมยาที่ท่านรับประทานอยู่ว่ามีอะไรบ้าง หากไม่รู้ก็พกถุงใส่ยาไปด้วยให้หมด ให้คุณหมอดูก่อนว่าคุณทานยาอะไรอยู่

โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน แต่ปวดเข่า ต้องฟังทานนี้ให้ดี

ยาลดน้ำตาลในเลือด + ยาแก้ปวดข้อกลุ่มเอ็นเสด!!
การใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน กับยาแก้ปวดข้อกลุ่มเอ็นเสด ทำให้ช็อกได้ กรณีของผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดกลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย (sulfonylureas) เช่น ไกลเบนคลาไมด์ (glibencalmide) คลอโพรพาไมด์ (chlorpropamide) เป็นต้น 

ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งผู้ป่วยจะต้องใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป เพราะถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่เป็นระยะเวลานานๆ จะไปทำลายระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เกิดอาการชาปลายมือปลายเท้า ตาฝ้าฟาง และเป็นโรคไตได้

ถ้าผู้ป่วยได้รับยาแก้ปวดแก้อักเสบข้อและกล้ามเนื้อกลุ่มที่เรียกว่า เอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไดโคลฟีแนก (diclofenac) ไพร็อกซิแคม (piroxicam) ยากลุ่มเอ็นเสดเมื่อเจอกับยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย ก็จะเกิดการตีกันของยา โดยยาเอ็นเสดจะส่งผลให้ปริมาณยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียในเลือดเพิ่มสูงมากขึ้น ทำให้ฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือดเพิ่มมากขึ้นตาม จนอาจไม่มีน้ำตาลเหลืออยู่ในเลือดเลย ผู้ป่วยก็อาจจะมีอาการอ่อนแรง เป็นลม หมดสติ และช็อกได้

คนไข้จะต้องระวังตัวไม่ควรใช้ยากลุ่มเอ็นเสดร่วมกับยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย เพื่อไม่ให้เกิดการตีกันของยา และทางที่ดีควรติดตามวัดระดับน้ำตาลในเลือด หรือลดขนาดของยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียลงให้เหมาะสมระหว่างที่มีการใช้ยากลุ่มเอ็นเสดร่วมด้วย!!

ใช่ว่าจะมีเฉพาะยาเคมีจากหมอแผนปัจจุบันนะครับ ยาสมุนไพรก็มียาที่ออกฤทธิ์ตีกัน จนคนไข้อาจเสียชีวิตได้เหมือนกัน โดยเฉพาะ "ตรีผลา และ โกฐจุฬาลัมพา" ที่นิยมกันเหลือเกิน ไว้จะมาเล่าในโอกาสต่อไปนะครับ

ข้อมูลสุขภาพจาก
คลินิกสมุนไพรหมอศุภการแพทย์แผนไทย
Callcenter : 080-45-45-924

ขอบคุณข้อมูลจาก :
หมอชาวบ้าน